<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเด่น]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/index/id/57</link>
<atom:link href="https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/index/id/57" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[มหาสารคามผนึกทุกภาคส่วน จัดมหกรรม “แซ่บสุก เซฟชีวิต” ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ร่วมสร้างอีสานปลอดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/528147</link>
<guid isPermaLink="false">8a8abcf120dad4ecd85803647089f181</guid>
<pubDate>Mon, 03 Aug 2026 16:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ หอประชุมสุริยะจันทร์ วิทยาลัยเทคนิคมหาสารคาม นายกองเอก เสนีย์ มะโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานเปิดงานมหกรรมดังกล่าว ซึ่งจังหวัดมหาสารคามร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น และภาคีเครือข่าย จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี โดยมีผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ บุคลากรสาธารณสุข คณาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และภาคีเครือข่ายจากสถานศึกษาต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 200 คน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; รองศาสตราจารย์ ดร.วัชรินทร์ ลอยลม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิด &ldquo;Gen Health x Gen Z รวมพลัง ISAN ZERO OV&rdquo; เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อันมีสาเหตุหลักจากการบริโภคปลาน้ำจืดดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ จึงมุ่งส่งเสริมให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่การ &ldquo;กินสุก ปลอดภัย ไร้พยาธิ&rdquo; อย่างต่อเนื่อง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับการดำเนินงานมุ่งเน้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การสร้างความรู้และความตระหนักในการป้องกันโรคผ่านการบริโภคอาหารปรุงสุก การพัฒนาสื่อรณรงค์ที่เข้าถึงกลุ่มเยาวชนผ่านกิจกรรม &ldquo;แซ่บสุก เซฟชีวิต&rdquo; และเวที ISAN ZERO OV Media Hackathon เปิดโอกาสให้นักเรียนและนักศึกษาสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบละครเวที บอร์ดเกม และวิดีโอสั้น ตลอดจนการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ สถานศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อยกระดับการป้องกันโรคในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ &nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแสดงหมอลำกลอนรณรงค์ &ldquo;ชวนคนอีสานแซ่บสุก เซฟชีวิต&rdquo; โดย ดร.ราตรี ศรีวิไล บงสิทธิพร ศิลปินแห่งชาติ การแสดงหมอลำหุ่นกระติบข้าวของคณะเด็กเทวดา ชุด &ldquo;เด็กอีสานรุ่นใหม่ห่างไกลปลาดิบ แซ่บสุก เซฟชีวิต&rdquo; การแสดงชุดพิเศษ &ldquo;ฟาร์มพยาธิใบไม้ตับ&rdquo; การเปิดตัวสื่อรณรงค์ ISAN ZERO OV การบรรยายวิชาการ เวทีเสวนา นิทรรศการให้ความรู้ บูธตรวจคัดกรองโรค และกิจกรรม Workshop เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการป้องกันโรคอย่างสร้างสรรค์&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; การจัดมหกรรมครั้งนี้ สะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการยกระดับการรับรู้ด้านสุขภาพของประชาชน พร้อมสร้างเครือข่ายเยาวชนให้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดความเสี่ยงจากโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี และร่วมผลักดันเป้าหมาย &ldquo;ISAN ZERO OV&rdquo; เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างยั่งยืน</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">สุรเ่ดช/ข่าว/3 ส.ค.69</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/20260803c8d917f4ceb8d7e99d49b34f02ea7483160243.jpg' type='image/jpg' length='595375' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.พม. ลงพื้นที่อำเภอชื่นชม เยี่ยมผู้สูงอายุวัย 104 ปี 2 ราย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมและเครื่องอุปโภคบริโภค]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/523200</link>
<guid isPermaLink="false">7612e03ce7b99a20c339e5694eb2575c</guid>
<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 17:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; (17 ก.ค.69) นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจผู้สูงอายุวัย 104 ปี และติดตามการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ พร้อมมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคมตามภารกิจของกระทรวง พม.<br />
&nbsp; &nbsp; จุดแรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. พร้อมคณะ เดินทางไปยังบ้านของ นายพรม ตุลาเนตร อายุ 104 ปี บ้านเลขที่ 120 หมู่ที่ 5 ตำบลเหล่าดอกไม้ อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม เพื่อเยี่ยมเยียน พูดคุย และให้กำลังใจผู้สูงอายุ พร้อมสอบถามความเป็นอยู่และการได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในโอกาสนี้ ได้มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน จำนวน 10 ราย รายละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 30,000 บาท พร้อมมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้รับบริการ จำนวน 1 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;จากนั้น คณะได้เดินทางต่อไปยังบ้านของ นายเคน ทะวิลา อายุ 104 ปี บ้านเลขที่ 63 หมู่ที่ 10 ตำบลหนองกุง อำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งอยู่ห่างจากจุดแรกประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจผู้สูงอายุ พร้อมติดตามสภาพความเป็นอยู่และการเข้าถึงสิทธิด้านสวัสดิการสังคม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ภายหลังการเยี่ยมเยียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ได้มอบเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน จำนวน 10 ราย รายละ 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 30,000 บาท และมอบเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้รับบริการ จำนวน 1 ราย เช่นเดียวกับจุดแรก<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;การลงพื้นที่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการดูแลประชาชนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง ให้สามารถเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความมั่นคงทางสังคมอย่างยั่งยืน</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">สุรเดช/ข่าว/17 ก.ค.69</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/20260717155a7e7785ea335b5afb5d11e9c363b5172838.jpg' type='image/jpg' length='192632' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.พม. ปาฐกถาพิเศษที่ มมส. ชูแนวคิด “Human Security 2.0” ปรับนิยามใหม่ความมั่นคงของมนุษย์ รับมือความท้าทายโลกยุคใหม่]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/523193</link>
<guid isPermaLink="false">cb75bdd512dc96c6bc3095eda9fe5ccf</guid>
<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 17:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; (17 ก.ค.69) ที่ ห้องศาสตราจารย์บุญชนะ อัตถากร (D-415) วิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นายนิกร &nbsp;โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมคณะ เดินทางเข้าร่วมการปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &ldquo;Human Security 2.0 : นิยามใหม่ของความมั่นคงของมนุษย์ ท่ามกลางความท้าทายทางการเมืองและสิ่งแวดล้อมโลก&rdquo; ด้วยบรรยากาศการต้อนรับจากผู้บริหาร คณาจารย์ นักวิชาการ นิสิต และผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก<br />
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงแนวคิด Human Security 2.0 ว่า เป็นการยกระดับมุมมองด้านความมั่นคงของมนุษย์ให้สอดรับกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งความผันผวนทางการเมือง ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมดิจิทัล รวมถึงความท้าทายด้านเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;พร้อมเน้นย้ำว่า การสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการคุ้มครองด้านสวัสดิการหรือการช่วยเหลือผู้เปราะบางเท่านั้น แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพของคน สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; การจัดปาฐกถาพิเศษในครั้งนี้ นับเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเมือง การพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ที่เปิดโอกาสให้นิสิต นักวิชาการ และผู้เข้าร่วมงาน ได้ร่วมรับฟังวิสัยทัศน์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาประเทศ ภายใต้บริบทของความท้าทายระดับโลกในศตวรรษที่ 21</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">สุรเดช/ข่าว/17 ก.ค.69</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/202607173765762e3d0debdf65866b0da143c1ed171359.jpg' type='image/jpg' length='96538' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ไทยช่วยไทย” ลดภาระ ลดค่าครองชีพเฟส 2 ต.หนองกุง อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม คึกคัก มีประชาชนออกมาจับใช้สอยจนนาทีสุดท้าย พร้อมพูดเสียงเดียวกันว่า อยากให้มีโครงการนี้ไปตลอด]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/523187</link>
<guid isPermaLink="false">5ff683ef2951f5aa5f38aeacb12da257</guid>
<pubDate>Fri, 17 Jul 2026 16:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">บรรยากาศการจัดโครงการ &quot;ไทยช่วยไทย&ldquo; ลดภาระ ลดค่าครองชีพ เฟส 2 ณ ศาลาประชาคม หมู่ที่ 10 ต.หนองกุง อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม ในวันนี้ (17 กรกฎาคม 2569) เป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีประชาชนทยอยเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน<br />
โครงการดังกล่าวเป็นมาตรการของภาครัฐในการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยนำสินค้าราคาประหยัดจากผู้ประกอบการและสินค้า House Brand ของห้างค้าส่งและค้าปลีกชั้นนำ ได้แก่ Makro, Lotus&#39;s, Big C, Tops, GO Wholesale และ CJ MORE มาจำหน่าย พร้อมสินค้าทางเลือกราคาพิเศษและสินค้าโปรโมชั่นอีกจำนวนมาก อาทิ น้ำมันพืช ไข่ไก่ ไข่เป็ด ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ปรับผ้านุ่ม และน้ำตาล ซึ่งนายพสธร คณาดี นายอำเภอชื่นชม ได้จัดให้มีบริการตัดผมฟรีจากทางทีทำการปกครองอำเภอ และขับกล่อมเสียงเพลงและดนตรีให้ประชาชนได้ครื้นเครงตลอดการจับจ่ายซื้อสินค้าด้วย<br />
&nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการนำสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนจากผู้ประกอบการในพื้นที่มาวางจำหน่าย อาทิ อาหารแปรรูป สินค้าเกษตร &nbsp;และของใช้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่เลือกซื้อทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดและสินค้าชุมชนไปพร้อมกัน ถือเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กันไป<br />
&nbsp; ด้านนายกฤษณ์ &nbsp;ชัยสุภา พาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม กล่าวว่า สำหรับโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย&rdquo; ลดภาระ ลดค่าครองชีพ เฟส 2 ณ ที่ว่าการอำเภอ จัดขึ้นระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2569 ทุกวันศุกร์เว้นวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ โดยมีกำหนดจัดในวันที่ 17 และ 31 กรกฎาคม, 14 และ 28 สิงหาคม และ 11 และ 25 กันยายน 2569<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงาน เฟส 1 ที่ผ่านมา สามารถจัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ 5 ครั้ง ครอบคลุมที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 51,491 ร้านค้า มียอดจำหน่ายรวม 135.40 ล้านบาท มีประชาชนร่วมซื้อสินค้ากว่า 1.08 ล้านคน และช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนได้กว่า 29.62 ล้านบาท<br />
สุรเดช/ข่าว/17 ก.ค.69</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/202607173657505b4bc26eb8dc8244c191790b4e165645.jpg' type='image/jpg' length='311517' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[น้องใหม่ มมส. ตรวจพบพยาธิใบไม้ตับกว่า 4,233 ราย ผู้ว่าฯ มหาสารคาม สั่งเข้มตรวจร้านส้มตำทั่วจังหวัด]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/519546</link>
<guid isPermaLink="false">4779520430cb2aa3ca2b2187b27583e1</guid>
<pubDate>Tue, 07 Jul 2026 09:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">มหาสารคาม &ndash; สถานการณ์การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในจังหวัดมหาสารคามยังน่าเป็นห่วง หลังผลการตรวจคัดกรองนิสิตใหม่ประจำปีการศึกษา 2569 พบผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งพบผู้ติดเชื้อถึง 4,233 คน จากผู้เข้ารับการตรวจ 12,733 คน คิดเป็นร้อยละ 33<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม ระบุว่า จากการตรวจคัดกรองประชาชนกลุ่มเป้าหมายจำนวน 20,000 คน พบผู้ติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับประมาณร้อยละ 11 ขณะที่การตรวจสุขภาพนิสิตใหม่ในสถาบันอุดมศึกษาของจังหวัด พบว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตรวจ 12,733 คน พบผู้ติดเชื้อ 4,233 คน หรือร้อยละ 33 ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตรวจ 1,922 คน พบผู้ติดเชื้อ 380 คน หรือร้อยละ 19<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นายชุมพิชญ์ &nbsp;เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า มีความกังวลต่อพฤติกรรมการบริโภคของเยาวชน โดยเฉพาะการรับประทานส้มตำที่ใช้ปลาร้า ซึ่งอาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงอาจมีการใช้ปลาร้าดิบที่ปนเปื้อนไข่พยาธิใบไม้ตับ ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบร้านจำหน่ายส้มตำและแหล่งผลิตปลาร้าทั่วจังหวัดอย่างเข้มงวด พร้อมรณรงค์สร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนเกี่ยวกับการเลือกใช้ปลาร้าที่ผ่านการผลิตอย่างถูกสุขลักษณะและผ่านการต้มสุก เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม เตือนว่า การติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ แต่หากปล่อยให้มีการติดเชื้อเรื้อรังเป็นเวลานานประมาณ 15&ndash;20 ปี อาจนำไปสู่โรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นโรคร้ายแรงและพบได้สูงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;เจ้าหน้าที่สาธารณสุข จึงขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ รวมถึงเลือกบริโภคปลาร้าที่ผ่านการต้มสุกและได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันการติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับและลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในอนาคต</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">สุรเดช/ข่าว/7 ก.ค.69</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/2026070710aa2fe9b59b875c50f745bad4789992090951.jpg' type='image/jpg' length='264269' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คลองส่งน้ำ R12 ชำรุด คันคลองขาด 5 เมตร น้ำทะลักท่วมนาข้าวชาวบ้านในพื้นที่ อ.โกสุมพิสัย ชลประทานเร่งซ่อม คาดแล้วเสร็จ 3-5 วัน]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/519419</link>
<guid isPermaLink="false">5d3ea472176102883ed737216ca56b20</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 16:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">มหาสารคาม &ndash; คลองส่งน้ำ R12 ในพื้นที่บ้านเขื่อน ตำบลเขื่อน อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เกิดการชำรุดจนคันคลองถูกกระแสน้ำกัดเซาะพังเป็นช่องกว้างประมาณ 5 เมตร ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของเกษตรกรในบ้านเขื่อนและบ้านผักหนอก ขณะที่เจ้าหน้าที่ชลประทานเร่งลดระดับน้ำและนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่เพื่อซ่อมแซม คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 6 กรกฎาคม โดยจุดที่คันคลองขาดเป็นบริเวณที่โครงการชลประทานเพิ่งดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จไม่นาน และเพิ่งปล่อยน้ำเข้าสู่คลองส่งน้ำ R12 ได้เพียง 3 วัน ก่อนเกิดรอยรั่วจนกระแสน้ำกัดเซาะคันดินพังเสียหาย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; นางอุไรพร ไตรยวิภาค เกษตรกรบ้านเขื่อน หมู่ 11 ตำบลเขื่อน เปิดเผยว่า จุดดังกล่าวเกิดการพังทลายมาแล้วประมาณ 3 วัน โดยก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันและเจ้าหน้าที่ได้เข้าซ่อมแซมแล้ว แต่กลับมาชำรุดซ้ำอีก ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้านประมาณ 6-7 ไร่ พร้อมพัดพาเศษดินและตะกอนมาทับถมต้นข้าว<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; อย่างไรก็ตาม คาดว่าความเสียหายอาจไม่รุนแรง หากสามารถซ่อมแซมและควบคุมน้ำได้โดยเร็ว ส่วนการเยียวยาจะต้องรอการสำรวจและประเมินความเสียหายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 8 หนองหวาย ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พร้อมเร่งลดระดับน้ำในคลองเพื่อให้สามารถนำเครื่องจักรหนักเข้าดำเนินการซ่อมแซม โดยจะปรับพื้นที่และนำดินมาถมปิดจุดที่คันคลองขาด คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 3-5 วัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า มวลน้ำที่ไหลเข้าพื้นที่การเกษตรจะระบายออกสู่คลองส่งน้ำอีกสายหนึ่ง ทำให้สถานการณ์ยังอยู่ในระดับควบคุมได้ และนาข้าวของเกษตรกรยังไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง แต่จะมีการติดตามและประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิดต่อไป</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">สุรเดข/ข่าว/6 ก.ค.69</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/202607066010cbdb593af6a2de044027be883d60163234.jpg' type='image/jpg' length='301375' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดมหาสารคามจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/519239</link>
<guid isPermaLink="false">4a7d46fdd1837a2f94c805680f1df38b</guid>
<pubDate>Mon, 06 Jul 2026 10:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">จังหวัดมหาสารคามจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี วันที่ 4 กรกฎาคม 2569<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; วันนี้ (6 กรกฎาคม 2569) เวลา 07.00 น. ณ วัดปัจฉิมทัศน์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล โดยมีพระวัชรสารธรรมมุนี เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์<br />
ภายในพิธีมีนายกองเอกเสนีย์ มะโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วยนางสาวสมัชญา หาญเสมอ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียง เพื่อถวายพระเกียรติ แสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจร่วมถวายพระราชกุศลและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ด้วยทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการด้วยพระวิริยะอุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะด้านการแพทย์ การวิจัยวิทยาศาสตร์ การสาธารณสุข การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ตลอดจนการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย อันเป็นคุณูปการสำคัญต่อการพัฒนาประเทศและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน<br />
สุรเดช/ข่าว/6 ก.ค.69</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/202607066b4d14b55a0a7c7768b522e5149a6a4b101028.jpg' type='image/jpg' length='157810' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มหาสารคาม จัดพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร ครบ 15 วันแห่งการสิ้นพระชนม์ ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/516146</link>
<guid isPermaLink="false">1939a98ad8dfa19060d02e72de63e696</guid>
<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 11:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;<span style="font-size:28px;"> &nbsp; &nbsp; เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ณ วัดปัจฉิมทัศน์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลในวาระครบ 15 วัน (ปัณรสมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นางอุบล เดชะรัฐ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมหาสารคาม พร้อมด้วย นายสมเกียรติ วิริยุกุลนันท์ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ และนายกองเอกเสนีย์ มะโน รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; พิธีเริ่มด้วยประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยและจุดเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จากนั้นเจ้าหน้าที่อาราธนาศีลและอาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จำนวน 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ก่อนที่ประธานในพิธีและผู้เข้าร่วมพิธีจะถวายเครื่องไทยธรรม ทอดผ้าไตรบังสุกุล และร่วมประกอบพิธีทางศาสนาอย่างพร้อมเพรียง<br />
&nbsp; &nbsp; โอกาสนี้ ประธานสงฆ์ได้แสดงสัมโมทนียกถา พร้อมนำเจริญจิตภาวนาเพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศล เป็นเวลา 47 วินาที จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามและผู้เข้าร่วมพิธีร่วมกรวดน้ำรับพร ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ และกราบลาประธานสงฆ์ ก่อนร่วมตักบาตรพระสงฆ์และสามเณรภายหลังเสร็จสิ้นพิธี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้มีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลเนื่องในวาระครบ 7 วัน (สัตตมวาร) 15 วัน (ปัณรสมวาร) 50 วัน (ปัญญาสมวาร) และ 100 วัน (สตมวาร) แห่งการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศ เพื่อถวายเป็นพระกุศลและแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ<br />
สุรเดช/ข่าว/25 มิ.ย.69</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/202606256b22742a68019c73f7f9111b88cfde3f113253.jpg' type='image/jpg' length='172261' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มหาสารคาม เดินหน้าลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ครบเป้ากลุ่มไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เหลือเพียง 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.02]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/512548</link>
<guid isPermaLink="false">c261b0b18749e4b23d15468fd3c64755</guid>
<pubDate>Mon, 15 Jun 2026 15:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; จังหวัดมหาสารคาม รายงานผลการลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ข้อมูล ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2569 พบว่าภาพรวมการลงทะเบียนทั่วประเทศมีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน12,167,039 คน โดยยืนยันข้อมูลเรียบร้อยแล้ว 11,773,125 คน และมีผู้ลงทะเบียนที่ข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ 393,914 คน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับจังหวัดมหาสารคาม มีผู้ลงทะเบียนผ่านหน่วยงานรับลงทะเบียนทั้ง 5 ธนาคาร จำนวน 18,889 คน และได้ดำเนินการยืนยันข้อมูลเรียบร้อยแล้วทั้งหมด 18,889 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ไม่มีผู้ลงทะเบียนที่ข้อมูลไม่สมบูรณ์ เมื่อจำแนกตามหน่วยงานรับลงทะเบียน พบว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด จำนวน 12,685 คน รองลงมา ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย 3,453 คน ธนาคารออมสิน 2,640 คน ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 75 คน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ 36 คน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ &nbsp;จังหวัดมหาสารคาม ยังได้เร่งดำเนินการลงทะเบียนให้กับกลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มตกหล่นตามภารกิจของกระทรวงมหาดไทย โดยมีเป้าหมายจำนวน 16,346 คน ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 16,342 คน คิดเป็นร้อยละ 99.98 คงเหลืออีกเพียง 4 คน หรือร้อยละ 0.02 เท่านั้น<br />
&nbsp; &nbsp; ทั้งนี้ อำเภอที่ดำเนินการได้ครบตามเป้าหมายแล้ว ได้แก่ อำเภอเมืองมหาสารคาม แกดำ โกสุมพิสัย กันทรวิชัย เชียงยืน นาเชือก พยัคฆภูมิพิสัย วาปีปทุม นาดูน ยางสีสุราช กุดรัง และชื่นชม ส่วนอำเภอบรบือยังคงเหลือผู้ที่ต้องดำเนินการอีก 4 คน<br />
&nbsp; &nbsp; จังหวัดมหาสารคาม ยืนยันการขับเคลื่อนการลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม</span></p>

<p><span style="font-size:28px;">สุรเดช/ข่าว/15 มิ.ย.69</span><br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/20260615992162838ac0177a84081d440398e606153536.jpg' type='image/jpg' length='279273' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[บรรยากาศ ยืนยันตัวตน ลงทะเบียนใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” วันแรก จ.มหาสารคาม คึกคัก!            มีประชาชนมารอคิวตั้งแต่เช้าก่อนธนาคารจะเปิดทำการ]]></title>
<link>https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/content/category/detail/id/57/iid/506163</link>
<guid isPermaLink="false">ae4fd3a6f8bf849ee0ea7f717e544da2</guid>
<pubDate>Mon, 25 May 2026 10:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="font-size:28px;">(25 พ.ค.69) &nbsp;วันแรกของการลงทะเบียน &ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo; ที่ จ.มหาสารคาม มีประชาชนมานั่งรอคิว เพื่อยืนยันตัวตน พร้อมลงทะเบียนใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการ&ldquo;ไทยช่วยไทยพลัส&rdquo;ตั้งแต่เช้าก่อนธนาคารจะเปิดทำการ ที่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขามหาสารคาม ซึ่งมีทั้งกลุ่มประชาชนทั่วไป และร้านค้าใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ &ldquo;คนละครึ่ง พลัส&rdquo; มาก่อน &nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในภาพรวม ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา การยืนยันตัวตน เพื่อลงทะเบียน โดยพบว่ามีประเด็นสำคัญในส่วนของประชาชนที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เมื่อตรวจสอบรายละเอียดพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์เข้าร่วมโครงการนี้ เนื่องจากได้รับสิทธิความช่วยเหลือในส่วนอื่นจากรัฐบาลอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอื่น ๆ เช่น ผู้ที่เคยกระทำผิดเงื่อนไขโครงการคนละครึ่งในอดีตอีก ส่วนผู้ที่ดำเนินการยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว ได้มีการติดตั้งแอปพลิเคชัน &ldquo;เป่าตัง&rdquo; พร้อมกรอกข้อมูลและยืนยันเข้าร่วมโครงการ เพื่อรอข้อความยืนยันสิทธิผ่านแอป ภายในเวลา 3 วัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับร้านค้ารายเดิมที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติแล้ว ซึ่งร้านค้ากลุ่มนี้สามารถเข้าไปดำเนินการกดยืนยันสิทธิและยอมรับเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; ได้ทันที เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการใช้จ่ายของประชาชน ทั้งนี้ โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; (ร่วมจ่าย 60/40) มีกำหนดเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน และจะเริ่มเปิดให้ใช้จ่ายจริงตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 30 กันยายน 2569 นี้</span><span style="font-size:28px;"><br />
สุรเดช/ข่าว/25 พ.ค.69</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiomahasarakham.prd.go.th/th/file/get/file/202605256e94e2556d758b541dcd50ebee378f9b105633.jpg' type='image/jpg' length='266450' />
</item>
</channel>
</rss>
